ในปัจจุบัน การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล หรือ Digital Transformation นั้น คือสิ่งจำเป็นที่ทุกองค์กรไม่ว่าจะอยู่ในอุตสาหกรรมไหน “ต้อง” ทำ ไม่ใช่ “ควร” ทำอีกต่อไป ด้วยพฤติกรรมของคนในสังคมที่มีการพึ่งพาเทคโนโลยีอยู่เสมอจนกลายเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้ในชีวิตประจำวัน ทำให้องค์กรต่าง ๆ ต้องพัฒนาและปรับเปลี่ยนเพื่อให้เท่าทันต่อยุคดิจิทัลนี้ไปด้วย เมื่อมีการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลที่มากขึ้น แน่นอนว่ามันก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกโจมตีทางไซเบอร์โดยอาชญากรผู้ไม่หวังดีเช่นกัน แล้วเราจะทำอย่างไรเพื่อป้องกันภัยคุกคามเหล่านี้ในวันที่ทุกอย่างล้วนเข้าสู่ยุคดิจิทัลแทบทั้งหมด? พวกเรา SECAP ได้หาคำตอบของคำถามนี้ไว้ให้แล้วในบทความนี้
Attack Surface ช่องโหว่ทางไซเบอร์ที่องค์กรต้องระวัง
การโจมตีทางไซเบอร์เริ่มต้นขึ้นจากการที่ผู้โจมตีมองหาช่องโหว่หรือจุดบอดในระบบความปลอดภัยขององค์กร เพื่อทำการโจมตีเข้าสู่ระบบขององค์กรต่อไป โดยช่องโหว่เหล่านี้มีชื่อเรียกอีกชื่อก็คือ Attack Surface หรือพื้นที่ที่สามารถถูกโจมตีทางไซเบอร์ได้นั่นเอง
Attack Surface คือช่องโหว่ทางไซเบอร์ในระบบการรักษาความปลอดภัยขององค์กร ซึ่งช่องโหว่เหล่านี้จะกลายมาเป็นช่องทางให้เหล่าผู้ไม่ประสงค์ดีนำมาใช้เป็นช่องทางในการโจมตีทางไซเบอร์ โดย Attack Surface ดังกล่าวอาจแบ่งตามลักษณะได้ออกเป็น 2 ประเภท
Physical Attack Surfaces
Physical Attack Surfaces คือ Attack Surface ที่อยู่ในรูปแบบกายภาพ เช่น อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ฮาร์ดไดร์ฟ หรืออุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ (USB) รวมไปถึงเอกสารรูปแบบกระดาษที่มีข้อมูลของผู้ใช้งาน โดยหากมีการทิ้งหรือทำลายที่ไม่ถูกต้อง จะก่อให้เกิดช่องโหว่ที่อาจทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญขององค์กรได้
Digital Attack Surfaces
Digital Attack Surface คือ Attack Surface ทุกอย่างที่อยู่ในรูปแบบดิจิทัล เช่น แอปพลิเคชัน เว็บไซต์ หรือเซิร์ฟเวอร์ขององค์กร โดยการเขียนโปรแกรมอย่างหละหลวม การใช้งานภาษาหรือ Plugin ที่หมดอายุ การใช้งานการตั้งค่าพื้นฐานล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดช่องโหว่ใน Attack Surface เหล่านี้ทั้งสิ้น
การที่โลกกำลังก้าวสู่ยุค Digital Transformation ทำให้องค์กรต่าง ๆ ต้องพัฒนา Digital Asset ของตัวเองให้มีความทันสมัยและเท่าทันโลก ทำให้ Attack Surface ประเภทดิจิทัลเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก โดยในปัจจุบันมี Attack Surface สำคัญที่เป็นเป้าโจมตีของอาชญากรทางไซเบอร์ที่องค์กรควรต้องระวัง ดังต่อไปนี้
Attack Surface ในปัจจุบันที่องค์กรต้องระวัง
ระบบ Cloud Service ในปัจจุบัน องค์กรต่าง ๆ ต่างพึ่งพาระบบ Cloud กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้คลาวด์ในการจัดเก็บข้อมูลสำคัญต่าง ๆ การประมวลผล บริการระบบเครือข่าย การประมวลผล หรือการใช้งานด้านซอฟต์แวร์ การใช้งานระบบ Cloud ที่มากขึ้นทำให้องค์กรมี Attack Surface ที่อาจทำให้ถูกโจมตีมากขึ้นไปด้วย ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ระบบภายในองค์กรอีกต่อไป
การทำงานแบบ Remote Work หลังจากผ่านพ้นการแพร่ระบาดของโรค Covid-19 ไป องค์กรต่าง ๆ ก็เริ่มมีการปรับระบบการทำงานมาเป็นแบบ Remote Work มากขึ้น ถึงแม้ว่าการทำงานแบบ Remote Work จะมีข้อดีมากมาย แต่มันก็เป็นการเพิ่ม Attack Surface ซึ่งมีความเสี่ยงในการถูกโจมตีให้มากขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ ด้วยอุปกรณ์การทำงานและเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่โดยส่วนใหญ่จะเป็นของพนักงานเอง ทำให้องค์กรไม่สามารถรักษาความปลอดภัยได้อย่างรัดกุมเท่าการทำงานแบบ On-site และต้องหวังพึ่งให้ตัวพนักงานเองเป็นผู้ที่ต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดเหตุรั่วไหล
เครือข่าย Wireless เครือข่าย Wireless เป็นหนึ่งใน Attack Surface หลักที่ต้องให้ความสำคัญและระมัดระวังอย่างมาก เนื่องจากเครือข่ายไร้สายมีลักษณะเข้าถึงได้ในบริเวณที่สัญญาณกระจายถึง ทำให้มันตกเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจสำหรับผู้ไม่ประสงค์ดีที่ต้องการเจาะล้วงข้อมูลหรือต้องการทำลายระบบภายในองค์กร การป้องกันเครือข่าย Wireless จำเป็นต้องรวมถึงการใช้การเข้ารหัสข้อมูลที่แข็งแกร่ง การจำกัดการเข้าถึงเครือข่ายอย่างเคร่งครัด การตรวจสอบและการประเมินความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
End User Devices หรือ อุปกรณ์สำหรับผู้ใช้ เช่น คอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือเองก็เป็นอีกหนึ่ง Attack Surface ที่ตกเป็นเป้าหมายของผู้โจมตี เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้มีจำนวนที่มาก และมีวิธีการโจมตีที่หลากหลาย อย่างการโจมตีโดยการใช้ Ransomware การติดตั้ง Malware ในอุปกรณ์ของผู้ใช้ หรือวิธีการโจมตีที่กำลังเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากในหมู่ผู้ใช้ทั่วไปอย่าง Phishing Attack ในการหลอกลวงเหยื่อให้หลงเชื่อ และยิ่งในปัจจุบันที่ AI มีความพัฒนาเป็นอย่างมาก จึงทำให้อาชญากรทางไซเบอร์นำ AI เหล่านี้มาใช้เป็นตัวช่วยให้การโจรกรรมข้อมูลนั้นง่ายและแนบเนียนยิ่งขึ้นไปอีกด้วย
ภัยคุกคามเหล่านี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าองค์กรจะมีระบบการรักษาความปลอดภัยที่ดีแค่ไหน และยิ่งเมื่อมี Attack Surface ที่มากขึ้น ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการถูกโจมตีมากขึ้นไปอีก ดังนั้น องค์กรต้องหาวิธีในการรับมือและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหล่านั้นขึ้น และหนึ่งในวิธีการแก้ไขที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนที่สุดของปัญหานี้ คือการเสริมสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์ หรือ Cybersecurity Awareness แก่องค์กรนั่นเอง
Cybersecurity Awareness คืออะไร ?
Cybersecurity Awareness คือ การสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ความเสี่ยง รวมไปถึงแนวทางการปฏิบัติที่ดีที่สุดในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลขององค์กร เพื่อให้บุคลากรสามารถดูแลรักษาและใช้งานทรัพยากรสารสนเทศขององค์กรได้อย่างปลอดภัย สามารถป้องกันภัยอาชญากรรม การโจมตี รวมถึงความผิดพลาดต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของทรัพย์สินเป็นอันดับแรก ซึ่งหากองค์กรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์แล้ว จะทำให้องค์กรสามารถรับมือกับภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าภัยเหล่านั้นจะมาในรูปแบบใดก็ตาม รวมทั้งลดความเสี่ยงในการตกเป็นเหยื่อของภัยคุกคามทางไซเบอร์อีกด้วย
การที่จะมี Cybersecurity Awarenessได้นั้น ไม่ใช่เพียงแค่การศึกษาเทคโนโลยี หรือการทำความคุ้นเคยกับหลักเกณฑ์ความปลอดภัยเท่านั้น แต่ต้องเน้นไปที่การทำให้ทุกคนในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรฝ่าย IT หรืออื่น ๆ มีความรู้ด้านความปลอดภัยและภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างลึกซึ้ง รวมไปถึงแผนการตอบสนองต่อเหตุการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้บุคลากรในองค์กรมีความรู้และเข้าใจในด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ และสามารถรับมือกับเหตุการณ์ภัยคุกคามได้
Cybersecurity Awareness ควรประกอบด้วยอะไรบ้าง
องค์กรควรจัดให้มีการอบรมเรื่องความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับบุคลากรเป็นประจำ เพื่อให้พวกเขามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภัยคุกคามและแนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ทันสมัยอยู่เสมอ โดยเนื้อหาควรครอบคลุมหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้
ความรู้เกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์
แนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
เทคนิคการสังเกตภัยคุกคามทางไซเบอร์
วิธีการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์
นอกจากนั้น องค์กรควรมีการติดตามและประเมินผลว่าพนักงานมีความตระหนักรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยไซเบอร์เพียงใดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทราบถึงระดับความรู้ความเข้าใจและสามารถปรับปรุงและแก้ไขแนวทางการอบรมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นได้
ความสำคัญของ Cybersecurity Awareness ในองค์กร
ภัยคุกคามทางไซเบอร์คือสิ่งที่ใกล้ตัวและอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ยิ่งไปกว่านั้น การที่อาชญากรทางไซเบอร์มีช่องทางและเครื่องมือในการก่อเหตุมากขึ้นยิ่งทำให้องค์กรต้องระมัดระวังกับภัยคุกคามเหล่านี้มากขึ้นไปอีก เพราะการผิดพลาดหรือประมาทเพียงนิดเดียวอาจนำไปสู่ความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อองค์กรได้ อย่างการถูกโจรกรรมข้อมูล หรือการโจมตีต่อข้อมูลและระบบงานขององค์กร และทำให้องค์กรเสื่อมเสียชื่อเสียง
ในเหตุการณ์ละเมิดความปลอดภัย บุคลากรในองค์กรจะเปรียบเสมือนปราการด่านแรกในการรับมือกับภัยคุกคาม ดังนั้น องค์กรทุกองค์กรจึงควรจัดทำ Cybersecurity Awarenessเพื่อให้พนักงานในองค์กรมีความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องทางด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัย รวมทั้งตระหนักรู้เท่าทันถึงภัยคุกคามในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งส่งผลให้ความปลอดภัยขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
Cybersecurity Awareness มีข้อดีอย่างไร ?
บุคลากรในองค์กรมีความรู้ด้านการรักษาความปลอดภัย สามารถใช้งานทรัพยากรสารสนเทศขององค์กรได้ถูกต้อง ปลอดภัย สามารถป้องกันภัยคุกคามและยับยั้งความเสียหายได้ทันท่วงที
ลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภัยจาก Phishing Attack, Ransomware หรืออุบายต่าง ๆ จากผู้ไม่ประสงค์ดีที่ต้องการโจมตีองค์กร
ข้อมูลขององค์กรปลอดภัย เพราะเมื่ออัตราการถูกโจมตีลดลง ความปลอดภัยของข้อมูลต่าง ๆ อย่างข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ข้อมูลทางการเงิน หรือข้อมูลทางธุรกิจ ก็เพิ่มมากขึ้น
ลดค่าใช้จ่ายในการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ ในกรณีที่องค์กรถูกโจมตี องค์กรอาจต้องสูญเสียเงินมูลค่ามหาศาลเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ เช่น ค่าซ่อมแซมระบบที่เกิดความเสียหาย หรือค่าจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ แต่หากบุคลากรมีความรู้ความเข้าใจ ก็จะเพิ่มโอกาสในการตัดไฟแต่ต้นลม ป้องกันเหตุคุกคามไม่ให้เกิดขึ้นได้
สร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีแก่องค์กร ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากผู้ใช้บริการและคู่ค้าทางธุรกิจมากขึ้น เนื่องจากมีมาตรการการป้องกันภัยคุกคามที่มีประสิทธิภาพ
จะเห็นได้ว่า การสร้าง Cybersecurity Awareness แก่บุคลากรในองค์กรนั้นเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะมันคือการป้องกันปัญหาภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ตรงจุดและยั่งยืนมากที่สุด เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุโดยการอบรมให้บุคลากรมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องภัยคุกคามทางไซเบอร์ รวมไปถึงเทคนิคที่อาชญากรไซเบอร์ใช้ และวิธีการรับมือเมื่อเกิดเหตุแล้ว ดังนั้น องค์กรจึงควรจัดให้มีการอบรมเรื่องความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อยู่เสมอ เพื่อให้บุคลากรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภัยคุกคามและแนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ การที่บุคลากรมีความรอบรู้ด้านภัยคุกคามทางไซเบอร์ จะช่วยให้องค์กรสามารถรับมือและป้องกันภัยคุกคามทั้งในรูปแบบเดิมและรูปแบบใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดโอกาสที่จะตกเป็นเหยื่อของอาชญากรทางไซเบอร์ได้นั่นเอง





