Ransomware ภัยเงียบที่รุนแรงขึ้นทุกวัน! แล้วองค์กรต้องป้องกันอย่างไร 

Ransomware1

เนื้อหาในบทความ

Ransomware ภัยเงียบที่รุนแรงขึ้นทุกวัน! แล้วองค์กรต้องป้องกันอย่างไร

Ransomware รุกโจมตีหนัก ตัวเลขพุ่งไม่มีหยุด!

การโจมตีสร้างความเสียหายของ Ransomware หรือมัลแวร์เรียกค่าไถ่ ยังคงเกิดขึ้นและมีแนวโน้มที่จะโจมตีสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ในปี 2563 ที่ผ่านมามัลแวร์เรียกค่าไถ่ได้สร้างความเสียหายให้กับกลุ่มประเทศอาเซียนสูงถึง 2.7 ล้านครั้ง และประเทศไทยติดท็อปอันดับ 3 จาก 10 ประเทศอาเซียนที่ถูกมัลแวร์เรียกค่าไถ่โจมตีสูงถึง 192,652 ครั้งจากการรวบรวมและสรุปข้อมูลเกี่ยวกับอาชญากรรมทางไซเบอร์ขององค์การตำรวจสากล ผ่านรายงานการประเมินภัยคุกคามทางไซเบอร์ในอาเซียน ประจำปี 2564 (ASEAN Cyberthreat Assessment 2021)

ต่อมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อหลายองค์กรตัดสินใจที่จะทำงานแบบ Work From home เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสร้ายแรง อาชญากรไซเบอร์กลับใช้โอกาสนี้โจมตีโดยอ้างอิงสถานการณ์การระบาดของไวรัส Covid-19 ทำให้องค์กรหลายแห่งพลาดตกเป็นเหยื่ออย่างที่คุณพบเห็นตามข่าวทุกวันนี้ เช่น ข่าวบริษัทประกันภัย AXA ถูก Ransomware โจมตีเว็บไซต์ และเข้ารหัสไฟล์ข้อมูลละเอียดอ่อนของลูกค้าประกันมากกว่า 3TB  หรือข่าวสายการบิน Bangkok Airways ถูก Ransomware ที่ชื่อว่า Lockbit 2.0 โจมตีโดยเข้ารหัส และขโมยไฟล์ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าออกไปได้ถึง 103 GB

ซึ่งหลายองค์กรที่ถูก Ransomware โจมตีเรียกค่าไถ่แล้วเลือกที่จะยอมสยบจ่ายเงินตามจำนวนที่ อาชญากรไซเบอร์เรียกร้อง เพื่อกู้ระบบข้อมูลทั้งหมดขององค์กรคืนกลับมา รักษาชื่อเสียงและความมั่นคงด้านความปลอดภัยขององค์กรตนเองไว้

Ransomware ที่จริงแล้ว มีหน้าที่อะไร แล้วโจมตีคุณสำเร็จได้อย่างไร

Ransomware คืออะไร

Ransomware หรือชื่อไทย ‘มัลแวร์เรียกค่าไถ่’ เป็นซอฟต์แวร์ประสงค์ร้ายที่ถูกออกแบบมาเพื่อเข้ารหัส ไฟล์ข้อมูล (encryption file) ทั้งหมดบนเครื่องคอมพิวเตอร์ ทั้งไฟล์ข้อมูล รูปภาพ วิดีโอ จากนั้นก็ส่ง ข้อความเรียกค่าไถ่ไปยังเจ้าของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยกำหนดระยะเวลา และจำนวนเงินที่ต้องการ โดยข้อความมักขู่ให้เหยื่อยอมจ่ายเงิน ไม่เช่นนั้นจะนำไฟล์ข้อมูลที่ถูกล็อกไว้ไปเปิดเผยต่อสาธารณะ นำไปประมูล หรือขายในตลาดมืด

ส่วนของการจ่ายเงินเรียกค่าไถ่ อาชญากรไซเบอร์มักกำหนดชัดเจนว่าต้องจ่ายเป็นสกุลเงินดิจิตอล (Cryptocurrency) เช่น บิตคอยน์ (Bitcoin) หรือ Ethereum เป็นต้น เนื่องจากระบบของสกุลเงินดิจิตอล นั้นยากต่อการตรวจสอบว่าบุคคลปลายทางเป็นใคร แล้วอยู่ที่ไหน

Ransomware เสี่ยงติดจาก 3 ช่องทาง

1. Email Phishing

Email Phishing เป็นช่องทางการแพร่ระบาดมัลแวร์ทุกประเภท รวมถึง Ransomware ที่มักประสบ ความสำเร็จจากการดาวน์โหลดไฟล์แนบที่ผู้ใช้งานอีเมลคิดว่าเป็นไฟล์เอกสารทั่วไป แต่แท้จริงแล้ว นั่นเป็นไฟล์ที่แฝง Ransomware มาด้วย เมื่อดาวน์โหลดลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์ มัลแวร์จะเริ่มทำงาน เข้ารหัสไฟล์ข้อมูลทั้งหมดก่อนจะส่งข้อความบอกเจ้าของเครื่องว่าข้อมูลทั้งหมดถูกเข้ารหัสหมดแล้ว

 2. เว็บไซต์อันตราย

เว็บดาวน์โหลดเพลง ไฟล์ข้อมูล หรือโปรแกรมฟรีต่าง ๆ เมื่อคุณกดปุ่มดาวน์โหลดไปแล้ว เว็บไซต์เหล่านี้ มักมีการเด้งไปยังหน้าเว็บไซต์อันตรายอีกเว็บหนึ่ง ซึ่งเว็บดังกล่าวมีการฝังมัลแวร์ประเภทต่าง ๆ รวมถึง Ransomware ไว้ นั่นหมายความว่าทันทีที่เด้งเข้าเว็บไซต์นั้น มัลแวร์จะติดตั้งลงบนเครื่องของคุณทันที

3. Pop up ต่าง ๆ

 หลายเว็บไซต์ที่คุณกดเข้าใช้งานแล้วพบว่ามี Pop Up เด้งปรากฎบนหน้าเว็บไซต์ สิ่งนี้เรียกว่า Malvertising มันจะทำให้คุณรู้สึกรำคาญใจ และพยายามกดปิด หรือกดยอมรับ เพื่อให้ Pop up นั้นหายไป แต่หารู้ไม่ว่า การกดส่วนใดก็ตามบน Pop up เท่ากับยอมรับติดตั้ง Ransomware ลงบนเครื่องเรียบร้อยแล้ว

แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับองค์กรคุณ หากติด Ransomware ไปแล้ว

  • ไฟล์ข้อมูลสำคัญบนเครื่องเสียหายจากการถูกล็อก

เมื่อถูกล็อกรหัสไฟล์ข้อมูลไว้ แน่นอนว่าคุณไม่สามารถเปิดใช้งานใด ๆ ได้เลย แถมต้องเสียเวลากู้คืนระบบ และไฟล์ข้อมูล ซึ่งการจ่ายเงินเรียกค่าไถ่ ก็รับประกันไม่ได้ว่าอาชญากรไซเบอร์จะให้รหัสปลดล็อกไฟล์ ข้อมูล หรือข้อมูลจะกลับคืนมาทั้งหมด 100%

  • ระบบงานทั้งหมดขององค์กรเสียหายหนัก

เมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์หนึ่งติด Ransomware ไปแล้ว มัลแวร์ตัวนี้สามารถแพร่กระจายตัวเองผ่านเครือข่าย ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นได้ ทำให้การทำงานทั้งหมดขององค์กรต้องหยุดชะงักเป็นเวลานาน

  • ระบบฐานข้อมูลขององค์กรอาจเสียหายไปด้วย

ไม่ใช่ Ransomware ทุกตัวที่เน้นโจมตีไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์ PC ของคุณ Ransomware บางตระกูล ถูกออกแบบให้สามารถมุ่งเน้นการโจมตีไปที่ Server ระบบงาน หรือระบบฐานข้อมูลขององค์กร

  • ธุรกิจหยุดชะงักชั่วคราว สูญเสียรายได้ และความไว้วางใจ

การที่ข้อมูลงานทั้งหมดขององค์กรถูกล็อกรหัส ส่ผลให้ทุกส่วนงานภายในองค์กรไม่สามารถทำงาน หรือให้บริการตามหน้าที่ได้ตามปกติ เช่น กรณี Ransomware โจมตีโรงพยาบาล ทำให้รพ.จำเป็นต้อง กรอกข้อมูลคนไข้ใหม่ทั้งหมด ทำให้เกิดการรักษาล่าช้าลง และเพิ่มงานไม่จำเป็นแก่บุคลากรที่มีจำกัด ในโรงพยาบาล

ยิ่งปัจจุบัน ผู้ใช้บริการให้ความสำคัญกับข้อมูลส่วนบุคคล และความเป็นส่วนตัวของพวกเขามากขึ้น การที่ข้อมูลส่วนบุคคลกลายเป็นหนึ่งในข้อมูลที่ถูกอาชญากรไซเบอร์ล็อก หรือขโมยไป ยิ่งทำให้ผู้ใช้บริการหมดความเชื่อมั่นที่จะไว้ในบริการกับองค์กรของคุณมากขึ้น

Ransomware ที่ว่าแน่ แต่คุณป้องกันได้

การป้องกัน Ransomware หรือมัลแวร์เรียกค่าไถ่ มีวิธีการคล้ายกับการป้องกันมัลแวร์ประเภทอื่น ๆ นั่นคือ

พนักงานทุกคนในองค์กร ซึ่งเป็นผู้ใช้งานอุปกรณ์สารสนเทศ และถือรับผิดชอบข้อมูลสารสนเทศมากมาย ขององค์กรอยู่ ต้องไม่คลิกลิงก์แปลกปลอมที่ส่งมาจากบุคคลที่ไม่รู้จัก, ไม่คลิก Pop up โฆษณาที่ดูเกินความเป็นจริง, ไม่ดาวน์โหลดไฟล์ หรือโปรแกรมใด ๆ ที่ละเมิดลิขสิทธิ์

หมั่นสำรองไฟล์ข้อมูลสำคัญขององค์กรไว้บนแหล่งจัดเก็บข้อมูลอื่นอย่างสม่ำเสมอ ควรอัปเดตระบบปฏิบัติการของโปรแกรมรักษาความปลอดภัย และระบบปฏิบัติการของเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นเวอร์ชันปัจจุบันเสมอ รวมไปถึงเมื่อได้รับอีเมลคล้ายว่าเป็น Email Phishing หรือเหตุการณ์ที่อาจนำไปสู่การระบาดของมัลแวร์ ควรรีบแจ้งหน่วยงานไอที หรือหน่วยงานรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศขององค์กรให้เร็วที่สุด

” แต่คุณมั่นใจหรือไม่ว่าวันนี้ ‘พนักงานในองค์กรคุณ’ มีความรู้เท่าทันภัยคุกคามมากพอที่จะไม่ทำให้องค์กรคุณเสี่ยงตกเป็นเหยื่อ Ransomware “

 นี่คือเหตุผลว่าทำไมองค์กรของคุณ ถึงจำเป็นต้องมีการทำ Security Awareness  เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจด้าน Cyber Security ให้กับพนักงานในองค์กรของคุณ เพื่อว่าวันหนึ่งที่องค์กรของคุณกลาย เป็นหนึ่งในเช็กลิสต์เป้าหมายการโจมตีครั้งต่อไปของอาชญากรไซเบอร์ พนักงานในองค์กรของคุณจะตระหนักถึงความผิดปกติ แล้วสามารถหลีกเลี่ยง พร้อมรายงานเหตุให้องค์กรสามารถเข้าแก้ไข สกัดกั้นการโจมตี เพิ่มกำลังความปลอดภัยภายในองค์กรของคุณได้นั่นเอง

” ความปลอดภัยภายในองค์กร สร้างขึ้นได้ เมื่อบุคลากรในองค์กรตระหนักถึงภัย และความปลอดภัยเป็นอันดับแรก “

Facebook
Twitter
LinkedIn
Email

บทความที่เกี่ยวข้อง

การต่อสู้กับ Ransomware

Fighting with Ransomware : ความรู้และกลยุทธ์ที่คุณต้องมี

“จ่ายเงินมาตอนนี้ ไม่อย่างงั้นข้อมูลของคุณจะถูกเผยแพร่ลงสาธารณะ” “จ่ายเงินมา ก่อนข้อมูลของคุณจะถูกลบ” “จ่ายเงินเพื่อปลดล็อกรหัสไฟล์” หากคุณเจอคำขู่ทำนองนี้ บอกได้เลยว่าคุณกำลังถูกภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เรียกว่า “แรนซัมแวร์ (Ransomware)” โจมตีเข้าแล้ว แรนซัมแวร์ เป็นซอฟต์แวร์อันตรายประเภทหนึ่งที่ถูกออกแบบมา เพื่อบล็อกการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ จนกว่าทางแฮคเกอร์จะได้รับเงินค่าไถ่ ปัจจุบันแรนซัมแวร์ถือเป็นภัยคุกคามที่อันตรายระดับต้น ๆ ทางโลกไซเบอร์ที่สามารถสร้างหายนะให้กับเครือข่ายทั่วโลก ทำลายโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ทำให้เกิดการหยุดชะงักของธุรกิจ และก่อให้เกิดความวุ่นวายทางการเงินแก่องค์กรและบุคคลมาแล้วนับไม่ถ้วน การเพิ่มขึ้นของเหตุการณ์แรนซัมแวร์มีเพิ่มมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากข้อมูลของบริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์มีรายงานการถูกโจมตีโดยแรนซัมแวร์เพิ่มขึ้นอย่างมาก และพบว่ามีหลายเหตุการณ์ที่ผู้โจมตีมีความกล้าที่จะโจมตีบริษัทใหญ่ ๆ และเรียกร้องค่าไถ่เพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

อ่านต่อ »
Cybersecurity Awareness

Cybersecurity Awareness สำคัญอย่างไร? ทำไมทุกองค์กรควรต้องมีในยุคดิจิทัล

ในปัจจุบัน การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล หรือ Digital Transformation นั้น คือสิ่งจำเป็นที่ทุกองค์กรไม่ว่าจะอยู่ในอุตสาหกรรมไหน “ต้อง” ทำ ไม่ใช่ “ควร” ทำอีกต่อไป ด้วยพฤติกรรมของคนในสังคมที่มีการพึ่งพาเทคโนโลยีอยู่เสมอจนกลายเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้ในชีวิตประจำวัน ทำให้องค์กรต่าง ๆ ต้องพัฒนาและปรับเปลี่ยนเพื่อให้เท่าทันต่อยุคดิจิทัลนี้ไปด้วย เมื่อมีการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลที่มากขึ้น แน่นอนว่ามันก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกโจมตีทางไซเบอร์โดยอาชญากรผู้ไม่หวังดีเช่นกัน แล้วเราจะทำอย่างไรเพื่อป้องกันภัยคุกคามเหล่านี้ในวันที่ทุกอย่างล้วนเข้าสู่ยุคดิจิทัลแทบทั้งหมด? พวกเรา SECAP ได้หาคำตอบของคำถามนี้ไว้ให้แล้วในบทความนี้ Attack Surface ช่องโหว่ทางไซเบอร์ที่องค์กรต้องระวัง

อ่านต่อ »
Colonial Pipeline Case study

ถอดบทเรียนจากการโจมตีทางไซเบอร์ระดับโลก: Colonial Pipeline Ransomware Attack Case Study

โลกปัจจุบันถูกขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลแทบทั้งหมด สังคมของเราถูกเชื่อมโยงไว้กับเทคโนโลยีอย่างที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ สิ่งเหล่านี้ทำให้ Cybersecurity หรือ ความปลอดภัยทางไซเบอร์ถือเป็นรากฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจยุคสมัยใหม่ Colonial Pipeline บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับระบบท่อขนส่งน้ำมัน สัญชาติอเมริกัน ถูกโจมตีจากแรมซัมแวร์ (Ransomware)  จนกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก การโจมตีครั้งนี้ได้ตอกย้ำถึงความเป็นจริงว่า ไม่มีหน่วยงานหรือองค์กรใด จะเล็กหรือใหญ่ อยู่ในภาคส่วนใดก็ตามที่จะรอดพ้นจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้ การถูกโจมตีด้วยแรมซัมแวร์ที่ Colonial Pipeline ถือเป็นสิ่งเตือนใจให้องค์กรรู้ถึงผลลัพธ์ที่ตามมาจากช่องโหว่ทางไซเบอร์ และการโจมตีครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้การดำเนินงานของหนึ่งในผู้ให้บริการท่อขนส่งน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกาหยุดชะงัก แต่ยังส่งแรงกระเพื่อมไปยังตลาดพลังงานทั่วโลก ในบทความนี้ SECAP จะพาทุกคนไปเจาะลึกถึงเบื้องหลังเหตุการณ์

อ่านต่อ »
ภัยคุกคามทางไซเบอร์

Cybersecurity Threat Trends 2024: รู้ทันภัยก่อนสาย แนวโน้มภัยคุกคามทางไซเบอร์ปี 2024

ในปี 2023 ที่ผ่านมาเป็นปีที่โลกออนไลน์ แพลตฟอร์มดิจิทัลและเทคโนโลยีต่าง ๆ มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดนี้ นอกจากจะเป็นสิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้มนุษย์แล้ว มันยังเปิดเส้นทางใหม่ให้การก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นเช่นกัน วันนี้พวกเรา SECAP จะมาแชร์ข้อมูลของ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ ที่อาจเกิดขึ้นในปี 2024 เพื่อให้รู้ทันและสามารถเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์จู่โจมทางไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทันท่วงที การโจมตีที่ขับเคลื่อนโดย AI ในช่วงปีที่ผ่านมานับได้ว่าเป็นปีที่ Generative AI ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเป็นอย่างมาก ซึ่งสิ่งนี้เองก็กลายมาเป็นช่องทางที่ทำให้เหล่าผู้ไม่ประสงค์ดีนำมาใช้เพื่อเป็นเครื่องมือตัวช่วยในการก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ Generative AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องมือที่ผู้โจมตีใช้

อ่านต่อ »
Phishing attacks

2023 Phishing Attack : เปิดโปงกลยุทธ์ฟิชชิงปี 2023 รู้ทันภัยก่อนตกเป็นเหยื่อ

อีเมลหลอกลวง ลิงก์แปลกปลอม ไฟล์แนบที่น่าสงสัย หากคุณกำลังได้รับสิ่งเหล่านี้ พึ่งระวังไว้ได้ว่า คุณอาจจะกำลังตกเป็นเหยื่อของการโจมตีทางไซเบอร์แบบหนึ่งที่เรียกว่า “ฟิชชิง (Phishing Attack)” หนึ่งในภัยภัยคุกคามไซเบอร์ที่สร้างความเสียหายมหาศาลแก่องค์กรและธุรกิจ ตามรายงาน ปี 2022 ของศูนย์รับเรื่องร้องเรียนอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต (Internet Crime Complaint Centre : IC3) ของ FBI ได้รับเรื่องร้องเรียนจากบุคคลและธุรกิจต่าง ๆ  เกี่ยวกับการโจมตีทางไซเบอร์ในจำนวนที่มากเป็นประวัติการณ์ โดยมีจำนวนสูงถึง

อ่านต่อ »

10 สิ่งที่ทำให้ Cybersecurity Awareness ในองค์กรไม่มีประสิทธิภาพ​

ทำไม Cybersecurity Awareness จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับองค์กร การตระหนักรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ หรือ Cybersecurity Awareness ในองค์กรมีความสำคัญเนื่องจากช่วยปกป้องบุคคลและองค์กรจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ เช่น มัลแวร์ การโจมตีแบบฟิชชิง และข้อมูลรั่วไหล ซึ่งภัยคุกคามเหล่านี้อาจส่งผลร้ายแรง รวมถึงการสูญเสียทางการเงิน ความเสียหายต่อชื่อเสียง และการสูญเสียข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลธุรกิจที่ละเอียดอ่อน องค์กรสามารถลดความเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อของภัยคุกคามเหล่านี้ได้ด้วยการตระหนักรู้และปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ดี ซึ่งหากองค์กรมีการวางแผนการตระหนักถึงความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ที่มีประสิทธิภาพต้องระมัดระวังไม่ทำ 10 สิ่งดังต่อไปนี้ 10 สิ่งที่ทำให้ Cybersecurity Awareness

อ่านต่อ »

Discover more from SECAP

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading